สูตร 50/30/20 คืออะไร ปรับยังไงเมื่อมีหนี้บัตรเครดิต
เขียนโดย Oak · ผู้พัฒนาตังค์ไปไหนหมด · เผยแพร่ · อัปเดต
ปรับงบเมื่อมีหนี้ · สรุปด้วยภาพ
เมื่อขั้นต่ำบัตรดันก้อนจำเป็นเกิน 50%
จุดตั้งต้น 50 / 30 / 20
จำเป็น 50% · อยากได้ 30% · ออมและปลดหนี้ 20%
ตัวอย่างเมื่อมีขั้นต่ำบัตร 57 / 23 / 20
ขั้นต่ำบัตรอยู่ในก้อนจำเป็น · ลดก้อนอยากได้
ส่วนที่จ่ายหนี้เกินขั้นต่ำอยู่ในก้อนออมและปลดหนี้ 20% สัดส่วน 57 / 23 / 20 เป็นตัวอย่างจากรายได้ 30,000 บาทในบทความ ไม่ใช่สูตรตายตัว
ใช้สูตร 50/30/20 ตอนมีหนี้ได้ โดยให้ยอดจ่ายขั้นต่ำของหนี้อยู่ในก้อนจำเป็น 50% และส่วนที่จ่ายเกินขั้นต่ำอยู่ในก้อนออมและปลดหนี้ 20% ถ้าค่าใช้จ่ายจำเป็นเกินครึ่ง ให้ลดก้อน 30% ก่อนแตะก้อนจ่ายหนี้ แบ่งเงินเดือนตามสูตร 50/30/20 ดูเหมือนง่าย จนต้องใส่ยอดจ่ายขั้นต่ำของบัตรเครดิตลงไปด้วย ค่างวดนี้ควรอยู่ก้อนไหน แล้วถ้าค่าใช้จ่ายจำเป็นเกินครึ่งของเงินเดือนจะทำอย่างไร ลองไล่จากตัวอย่างเงินเดือน 30,000 บาท
สูตร 50/30/20 คืออะไร
สูตรนี้เป็นที่รู้จักจากหนังสือ All Your Worth ของ Elizabeth Warren และ Amelia Warren Tyagi แบ่งรายได้หลังหักภาษีเป็นสามก้อน
| ก้อน | ตัวอย่างรายการ | จาก 30,000 บาท |
|---|---|---|
| จำเป็น 50% | ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ อาหารหลัก เดินทาง ประกัน ขั้นต่ำของหนี้ | 15,000 บาท |
| อยากได้ 30% | กินข้าวนอกบ้าน ช้อปปิ้ง สตรีมมิ่ง ท่องเที่ยว | 9,000 บาท |
| ออมและปลดหนี้ 20% | เงินสำรองฉุกเฉิน ลงทุน จ่ายหนี้เกินขั้นต่ำ | 6,000 บาท |
ตัวเลขข้างบนคำนวณจาก เครื่องคิดเลข 50/30/20 ซึ่งใช้เงินเดือนที่เข้ามือจริงเป็นฐาน ถ้าเปลี่ยนเป็น 20,000 บาท จะได้ 10,000 / 6,000 / 4,000 และถ้า 50,000 บาท จะได้ 25,000 / 15,000 / 10,000
ใช้ตัวเลขนี้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ไม่ต้องฝืนให้ตรงทุกเดือน ถ้าค่าเช่าสูงหรือมีคนในบ้านที่ต้องดูแล ค่าใช้จ่ายจำเป็นอาจเกิน 50% อยู่แล้ว
ขั้นต่ำของหนี้อยู่ก้อนไหน
แบ่งง่าย ๆ ได้ดังนี้
- ขั้นต่ำที่ต้องจ่ายให้ครบตามกำหนด อยู่ในก้อน จำเป็น เพราะถ้าไม่จ่ายจะผิดนัด
- ส่วนที่จ่ายเกินขั้นต่ำ อยู่ในก้อน ออมและปลดหนี้ 20%
ตัวอย่าง: มีหนี้บัตรเครดิต 50,000 บาท ดอกเบี้ย 16% ต่อปี (เพดานรวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์บัตรเครดิตของ ธปท.) ขั้นต่ำ 8% (ธปท. ให้ใช้อัตรานี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 ข้อมูล ณ 29 ตุลาคม 2569) และไม่ต่ำกว่า 500 บาท (เงื่อนไขของผู้ออกบัตรบางราย ไม่ใช่เกณฑ์ ธปท.) งวดแรกมีดอกเบี้ยราว 666.67 บาท ทำให้ขั้นต่ำเดือนแรกอยู่ที่ราว 4,053 บาท
เมื่อกันเงิน 4,053 บาทไว้จ่ายขั้นต่ำ ก้อนจำเป็น 15,000 บาทจะเหลือให้ค่าเช่า ค่ากิน และค่าเดินทางราว 10,947 บาท ถ้าจ่ายจริงมากกว่านี้ ให้ปรับสัดส่วนตามเงินที่มี
ถ้าจำเป็นเกิน 50% ให้ปรับก้อนไหน
สมมติค่าเช่า ค่ากิน และค่าเดินทางรวมกัน 13,000 บาท บวกขั้นต่ำบัตร 4,053 บาท ก้อนจำเป็นเป็นราว 17,053 บาท หรือ 57% ของเงินเดือน
ในตัวอย่างนี้ ลองลดก้อนอยากได้ก่อน แล้วคงเงินออมและจ่ายหนี้ไว้ตามเดิม
| ก้อน | ตามสูตร | หลังปรับ |
|---|---|---|
| จำเป็น | 15,000 | 17,053 |
| อยากได้ | 9,000 | 6,947 |
| ออมและปลดหนี้ | 6,000 | 6,000 |
สัดส่วนใหม่อยู่ที่ราว 57 / 23 / 20 ถ้าลดก้อนจ่ายหนี้แทน หนี้อาจค้างนานขึ้น แต่ถ้าค่าใช้จ่ายจำเป็นกินเงินเกือบทั้งหมด ก็ควรจัดลำดับให้จ่ายของจำเป็นและหนี้ขั้นต่ำได้ก่อน
จ่ายเกินขั้นต่ำช่วยได้แค่ไหน
ตัวอย่างเดิม หนี้ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 16% ต่อปี ไม่รูดเพิ่ม ลองเทียบสามวิธีจ่าย
| วิธีจ่าย | ใช้เวลา | ดอกเบี้ยรวม |
|---|---|---|
| ขั้นต่ำอย่างเดียว (เริ่ม 4,053 แล้วลดลงเรื่อย ๆ) | 44 เดือน | 9,244 บาท |
| จ่ายคงที่ 6,000 ต่อเดือน | 9 เดือน | 3,359 บาท |
| จ่ายคงที่ 10,000 ต่อเดือน | 6 เดือน | 2,100 บาท |
แถวสุดท้ายคือขั้นต่ำงวดแรก 4,053 บาท บวกก้อน 20% ทั้งก้อน 6,000 บาท รวมราว 10,053 บาท ปัดเป็น 10,000 บาท การจ่ายคงที่ 10,000 บาทจึงประหยัดดอกเบี้ยจากการจ่ายขั้นต่ำราว 7,144 บาท และหมดหนี้เร็วกว่า 38 เดือน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณจากการสมมติว่า
- คิดดอกเบี้ยเดือนละ 1/12 ของอัตราต่อปี และจ่ายสิ้นเดือน
- ไม่มีรายการรูดใหม่ ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่มีดอกเบี้ยค้างเดิม
- ขั้นต่ำ 8% คงที่ตลอด 44 เดือน
บัตรจริงมักคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันจากวันที่บันทึกรายการ และอัตราขั้นต่ำอาจเปลี่ยนได้ ให้ใช้ตัวเลขเป็นทิศทาง ไม่ใช่ยอดที่ธนาคารจะเรียกเก็บ
ใส่ยอดและอัตราของคุณใน เครื่องคำนวณจ่ายบัตรขั้นต่ำ ได้เลย ถ้าอยากลองจ่ายคงที่ ให้ตั้งช่อง “จ่ายขั้นต่ำ” เป็น 1% และช่อง “ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า” เป็นยอดที่ตั้งใจจะจ่าย
ลำดับที่น่าลอง
นี่เป็นข้อเสนอแนะทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย
- จ่ายขั้นต่ำของทุกใบให้ครบตามกำหนดก่อนเสมอ เพราะผิดนัดมักมีค่าปรับและดอกเบี้ยสูงขึ้น
- เก็บเงินสำรองก้อนเล็กจากก้อน 20% เพื่อไม่ต้องกลับมารูดบัตรทุกครั้งที่มีเรื่องฉุกเฉิน
- เงินในก้อน 20% ที่เหลือ ให้จ่ายเกินขั้นต่ำกับหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
- พอหนี้หมด ย้ายเงินที่เคยจ่ายหนี้ไปเป็นก้อนออมทั้งก้อน ไม่ปล่อยให้กลายเป็นก้อนอยากได้
เรื่องช่วงปลอดดอกเบี้ยและวิธีที่ดอกเบี้ยบัตรคิด อ่านต่อที่ รอบบิลบัตรเครดิต
ใช้แอปดูว่าเกินสูตรตรงไหน
ก่อนปรับสูตร ลองดูยอดที่ใช้จริงก่อน ใน TangPaiNaiMod คุณจดรายจ่ายแยกหมวดและตั้งงบรายเดือน แล้วดูได้ว่าหมวดไหนเหลือเท่าไรหรือเกินงบแล้ว ถ้าจดยังไม่ต่อเนื่อง ลองอ่าน วิธีจดรายรับรายจ่ายให้ทำได้ต่อเนื่อง
ส่วนตอนจ่ายบิลบัตรเครดิต ให้จดเป็นการโอนจากบัญชีธนาคารไปบัตร ไม่ใช่รายจ่ายอีกรอบ ไม่อย่างนั้นก้อน “จำเป็น” ของคุณจะดูเกินสูตรทั้งที่ไม่ได้ใช้เงินเพิ่ม อ่านรายละเอียดที่ จดเงินโอนระหว่างบัญชีไม่ให้รายจ่ายซ้ำ
ข้อมูลทั่วไป ณ วันที่อัปเดต ไม่ใช่คำปรึกษาภาษีหรือการเงินเฉพาะตัว ตรวจกับกรมสรรพากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้เงินเดือนก่อนหรือหลังหักภาษีมาคิด 50/30/20?
ใช้เงินที่เข้ามือจริงหลังหักภาษีและประกันสังคม เพราะเป็นเงินที่คุณมีไว้จ่ายในเดือนนั้น เครื่องคิดเลขหน้านี้ก็ใช้ยอดหลังหัก ถ้าอ่านสูตรจากที่อื่น ให้เช็กก่อนว่าเขาใช้รายได้แบบเดียวกันไหม
รายได้แต่ละเดือนไม่เท่ากัน จะใช้สูตรนี้อย่างไร?
ลองตั้งงบจากเดือนที่มีรายได้น้อยซึ่งเกิดขึ้นบ่อย พอเดือนไหนได้เงินเพิ่ม ค่อยนำส่วนเกินไปออมหรือจ่ายหนี้ วิธีนี้ช่วยไม่ให้ต้องลดค่าใช้จ่ายจำเป็นในเดือนที่รายได้น้อย
ค่างวดผ่อนสินค้าอยู่ในก้อน 50% หรือ 30%?
ค่างวดที่รับภาระไว้แล้วให้นับในก้อนจำเป็น เพราะต้องจ่ายทุกเดือน ส่วนของที่กำลังคิดจะผ่อนเพิ่ม ให้ดูก่อนว่าก้อนอยากได้ยังจ่ายไหวไหม
แหล่งอ้างอิง
ลองคำนวณเอง
แบ่งเงินเดือนสูตร 50/30/20
ใส่เงินเดือนแล้วดูว่า ถ้าแบ่ง 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับสิ่งที่อยากได้ และ 20% สำหรับออมหรือจ่ายหนี้ จะได้ส่วนละเท่าไร