รอบบิลบัตรเครดิต วันตัดรอบ วันครบกำหนด และช่วงปลอดดอกเบี้ย
เผยแพร่
อ่านรอบบิลให้เป็น · สรุปด้วยภาพ
บัตรเครดิตมี 3 จังหวะที่ควรรู้
- 01ใช้บัตร
จดเป็นรายจ่าย
ตามหมวดที่ใช้จริง - 02วันตัดรอบ
ธนาคารสรุปยอดรอบนั้น
ตรวจรายการกับใบแจ้งยอด - 03ครบกำหนดชำระ
วางแผนจ่ายให้ตรงเวลา
บันทึกการจ่ายเป็นการโอน
วันตัดรอบและวันครบกำหนดต่างกันตามบัตร ตรวจวันที่และเงื่อนไขจากใบแจ้งยอดของคุณ
บัตรเครดิตใช้สะดวก แต่ถ้าไม่เข้าใจรอบบิล อาจเสียดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น บทความนี้อธิบายคำที่ต้องรู้ และวิธีใช้ให้ได้ประโยชน์จากช่วงปลอดดอกเบี้ยเต็มที่
วันตัดรอบบัญชี (วันสรุปยอด)
คือวันที่ธนาคารรวมยอดใช้จ่ายของรอบนั้นออกมาเป็นใบแจ้งยอด (statement) รายการที่ธนาคารบันทึกหลังวันตัดรอบจะไปอยู่รอบถัดไป (ดูหัวข้อช่วงปลอดดอกเบี้ย) บัตรแต่ละใบมีวันตัดรอบต่างกัน ดูได้จากใบแจ้งยอดหรือแอปของธนาคาร
วันครบกำหนดชำระ
คือวันสุดท้ายที่ต้องจ่ายบิลของรอบนั้น ปกติจะห่างจากวันตัดรอบราวสองถึงสามสัปดาห์ (แล้วแต่ธนาคาร) ถ้าจ่าย เต็มจำนวน ภายในวันนี้ จะไม่เสียดอกเบี้ยสำหรับการรูดซื้อสินค้า
ช่วงปลอดดอกเบี้ย
นับจาก วันที่บันทึกรายการ (posting date) ไปจนถึงวันครบกำหนดของรอบนั้น ไม่ได้นับจากวันที่รูด เพราะรูดแล้วร้านค้าต้องส่งรายการไปเรียกเก็บกับธนาคารก่อน ปกติใช้เวลา 1–3 วัน ร้านออนไลน์ ร้านต่างประเทศ หรือโรงแรมอาจนานกว่านั้น ดูวันที่บันทึกรายการได้ในใบแจ้งยอดหรือแอปธนาคาร ซึ่งมักแสดงคู่กับวันที่ทำรายการ
รายการจะเข้าบิลรอบไหนก็ดูจากวันที่บันทึกรายการเช่นกัน รายการที่บันทึก หลังวันตัดรอบหนึ่งวัน จะได้ช่วงปลอดดอกเบี้ยยาวที่สุด (เกือบทั้งรอบ + ช่วงรอจ่าย) ส่วนรายการที่บันทึก ตรงวันตัดรอบ จะได้สั้นที่สุด
ตัวอย่าง: บัตรตัดรอบทุกวันที่ 10 และครบกำหนดชำระวันที่ 25 (15 วันหลังตัดรอบ)
- บันทึกรายการ 11 ต.ค. → อยู่ในบิลที่ตัดรอบ 10 พ.ย. → จ่ายภายใน 25 พ.ย. ได้ปลอดดอกเบี้ยราว 45 วัน
- บันทึกรายการ 10 ต.ค. → อยู่ในบิลที่ตัดรอบวันนั้นเลย → จ่ายภายใน 25 ต.ค. ได้ราว 15 วัน
- รูด 9 ต.ค. แต่ร้านส่งรายการเข้ามา 12 ต.ค. → บันทึกหลังวันตัดรอบ จึงไปอยู่ในบิลที่ตัดรอบ 10 พ.ย. แทน
รูดใกล้วันตัดรอบจึงเดายากว่ารายการจะเข้าบิลรอบไหน ถ้าอยากได้ช่วงปลอดดอกเบี้ยยาว ให้รูดหลังวันตัดรอบสักสองสามวัน (ตรวจเงื่อนไขของบัตรคุณอีกครั้ง)
จ่ายขั้นต่ำแล้วเกิดอะไรขึ้น
การจ่ายขั้นต่ำทำให้ไม่ผิดนัดชำระ แต่ ยอดที่เหลือจะถูกคิดดอกเบี้ย และบัตรส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยย้อนไปตั้งแต่วันที่บันทึกรายการ ไม่ใช่แค่ตั้งแต่วันครบกำหนด (ตรวจเงื่อนไขของบัตรคุณอีกครั้ง) ถ้าจ่ายขั้นต่ำต่อเนื่องหลายเดือน ดอกเบี้ยรวมจะสูงมาก
ตัวอย่างโดยประมาณ: ยอดค้าง 50,000 บาท ดอกเบี้ย 16% ต่อปี จ่ายขั้นต่ำ 8% (แต่ไม่ต่ำกว่า 500 บาท) ทุกเดือน และไม่รูดเพิ่ม จะใช้เวลาราว 44 เดือน และเสียดอกเบี้ยรวมราว 9,200 บาท ลองใส่ตัวเลขของคุณใน เครื่องคำนวณจ่ายบัตรขั้นต่ำ
กดเงินสดจากบัตรเครดิต
การเบิกเงินสดมักไม่มีช่วงปลอดดอกเบี้ย คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่เบิก และมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง
วิธีจดบัตรเครดิตให้ยอดตรง
- ตั้งบัญชีบัตรเครดิตพร้อม วันตัดรอบ และ วันครบกำหนด
- ทุกครั้งที่รูด จดเป็น รายจ่าย จากบัญชีบัตร ตามหมวดจริง
- ตอนจ่ายบิล จดเป็น การโอน จากบัญชีธนาคารไปบัตร (ไม่ใช่รายจ่ายซ้ำ) TangPaiNaiMod คำนวณยอดของแต่ละรอบบิล เตือนก่อนครบกำหนด และแสดงวงเงินคงเหลือให้ รวมถึงบัตรหลายใบที่ใช้วงเงินร่วมกัน
ลองคำนวณเอง
จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ กี่เดือนหมด
ใส่ยอดค้างและอัตราขั้นต่ำของบัตร แล้วดูว่าถ้าไม่รูดเพิ่ม จะจ่ายหมดเมื่อไรและเสียดอกเบี้ยรวมเท่าไร